Profilo di i'm(กำลังก่อสร้าง)FotoBlogElenchi Strumenti Guida

Blog


27 giugno

อันว่าสรรพนามนี้มีคุณ (กับผม)

อันว่าสรรพนามนี้มีคุณ (กับผม)

 

หกวันผ่านไป

__ประสบปัญหาคิดไม่ออก

ปัญหาที่ปกติไม่ต้องคิดถึงมันบ่อยนักในชีวิตประจำวัน

เพราะส่วนใหญ่คนเรามักมีระบบอัตโนมัติสำหรับสิ่งนี้

เราถูกสั่งและสอนกันมาแต่อ้อนแต่ออกแล้วว่า

ควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ในสถานการณ์เช่นนั้นเช่นนี้

ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดโกงชาติกินเมือง

หรือหวิวหวามวาบไหวใต้สะดือแต่อย่างใด

ก็แค่ปัญหาเรื่องการเลือกใช้ สรรพนามแทนตัวเอง

 

ปกติเวลาที่__เขียนคอลัมน์ตามหน้านิตยสาร

ถ้าเลือกแล้วว่าจะมองจากมุมตัวเอง ก็ใช้ ผม

ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ติดขัดอะไรนัก (แต่เริ่มติดขัดบ้างในช่วงหลังๆ พยายามใช้ให้น้อยลง เพราะเริ่มรู้สึกว่ามันดูหมกมุ่นกับตัวเองเกินไป)

การใช้ ผมทำให้เกิดระยะห่างที่พอดีๆ ในพื้นที่ที่เป็นสาธารณะ (บ้างเรียกระยะห่างนั้นว่า ความสุภาพ’)

ขณะเดียวกันก็ถูกใช้แพร่หลายเป็นความหมายแสดงเพศชายกลางๆ (ไม่ใช่เพศของชายกลาง!)

เพื่อช่วยลดความกังวลเรื่อง สถานะหรือ ระดับชั้นในสังคม

หมายความว่าถ้าเป็นเพศชาย เวลาเจอคนแปลกหน้า ถ้าคิดอะไรไม่ออก ก็ ผมไว้ก่อน อย่างไรเสียก็ไม่เพลี่ยงพล้ำ

ต่างจากเพศหญิงซึ่งการเลือกใช้สรรพนามแทนตัวเองนั้นน่าจะลำบากใจกว่าในชีวิตจริง

เพราะถูกบังคับทางอ้อมๆ (หรือตรงหว่า?) ให้จำเป็นต้องเลือกใช้สรรพนามในตัวเลือกที่ดันมีให้ไม่มากนักฉัน ดิฉัน หนู กู เดี๊ยน อะฮั้น อิชั้น เค้า (นึกออกเท่านี้)

 

__คิดไม่ตกจริงๆ

ทั้งที่เวลาพูดกลับไม่มีปัญหามากนัก

เรามีระบบอัตโนมัติที่จะเลือกใช้คำแทนตัวเองในชีวิตประจำวัน (ดังที่เกริ่นไปแล้วข้างต้น)

เรารู้ว่าเมื่อไหร่จะใช้ ผม (ใช้กับคนไม่สนิทและผู้หลักผู้ใหญ่ กับอีกทีก็ใช้กับเพื่อนที่สนิทมาก อันนี้ต้องฟังน้ำเสียงประกอบ) กู (ใช้กับ พวกมึงนั่นแหละ) ชั้น (ใช้กับพี่และน้อง หมายเหตุ ชอบเรียกน้องว่า แกฟังดูน่ารักดี) โจ้ (ส่วนใหญ่ใช้กับญาติที่โตกว่าหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้สึกราวกับว่าเป็นญาติสนิท) ลูก (ใช้กับพ่อแม่) พี่ (ใช้กับน้อง และใช้กับคนที่มั่นใจว่าอายุน้อยกว่าแน่ๆ (เช่น น้องพลับ) ที่จริงไม่ค่อยชอบใช้เท่าไหร่ เพราะมันแสดง สถานะที่ดู สูงกว่าผู้ฟังโดยคำนึงถึงลำพัง ตัวเลขอายุเป็นหลัก) หนู (เคยได้ยินเพื่อนเพศชายบางคนใช้แทนตัวเองเวลาคุยกับพ่อแม่ ฟังดูน่ารักดี) เค้า (อันนี้ใช้เวลาจะกวนตีน) อั๊ว (อันนี้คิดว่าไม่เคยใช้) ไอ (อันนี้ไม่เคยใช้แน่ๆ) หรือ กระทั่งคำว่า เราที่ถูกนำมาใช้แทนตัวเอง

(จริงๆ __ใช้คำว่า เราบ่อยกว่าคำอื่น เพราะชอบความหมาย เวลาใช้คำว่า เราฟังดูก็คล้ายๆ ว่า อัน ตัวเรานั้นประกอบขึ้นจาก คนอื่นๆเราไม่ได้ประกอบร่างขึ้นมาเองโดดๆ เวลาใช้คำว่า เรา เลยรู้สึกได้ถึงความสงบเสงี่ยมและอ่อนน้อมอยู่ในที ทั้งยังแสดงความไม่โดดเดี่ยวเกินไปนักของมนุษยชาติ)

 

แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้สรรพนามไหน เมื่อเทียบกันหมัดต่อหมัด จะพบว่า การพูด ชิงออกหมัดได้ด้วยน้ำเสียงเป็นอาวุธเด็ดที่เอื้อต่อการตีความหมายและความรู้สึกในขณะนั้น ขณะที่ การเขียนซุ่มหมัดเด็ดที่ให้ เวลาเหลือเฟือสำหรับ จินตนาการและ การตีความ ไม่จำกัด

 

นอกเหนือจากเรื่องความลี้ลับซับซ้อนทางภาษา

การเลือกใช้สรรพนามจึงเกี่ยวข้องโยงไยกับสถานะ, ระดับชั้น และการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

(เคยได้ยินบางคนเล่าว่า ไม่ชอบให้คนที่ชอบเรียกเขาว่า เธอเพราะมันทำให้รู้สึกห่างเหิน เป็นต้น)

หรือในกรณีนี้ __รู้สึกว่าถ้าใช้ ผมจะไม่เหมาะกับพื้นที่ตรงนี้ (my space-ซึ่งจริงๆ ก็คือ space ของ msn ไม่ใช่ของเรา จริงๆสักหน่อย เราแค่ถูก msn กล่อมให้ตายใจว่า นี่ไง ฉันมอบพื้นที่ส่วนตัวนี้ให้เธอนะ แต่ในวงเล็บพูดต่อว่า พื้นที่ส่วนตัวของเธอนะ แต่ตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนรวมของทุกคนนะจ๊ะ) ทั้งที่ก็เป็นพื้นที่ที่มีความเป็น สาธารณะเช่นเดียวกับหน้ากระดาษในนิตยสาร แต่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ต่างออกไป

 

หรือเป็นเพราะพื้นที่มันจับต้องไม่ได้เกินไป เลยพานให้รู้สึกกับพื้นที่ตรงนี้ไม่เหมือนกับหน้ากระดาษ

ถ้าความรู้สึกที่ว่านี้เป็นจริง เป็นไปได้หรือไม่ว่า การเลือกใช้สรรพนามจึงขึ้นอยู่กับว่า เรา ให้ค่าพื้นที่ตรงนี้อย่างไร

(เงียบ ไม่มีสัญญาณตอบรับจากตัวหนังสือที่ท่านเขียน)

 

อย่างไรเสียก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้น่าหงุดหงิดรำคาญใจ

กลับกัน__กลับคิดว่าเป็นความบกพร่อง(ทางภาษา)โดยสุจริตคิดไม่ถึง

และแสดงการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าของวัฒนธรรมผ่านการใช้ภาษา

ส่อเค้าการค้นหาความหมายทางวัฒนธรรม*บางประการ

ที่สนุกสนานกว่าลำพังการใช้ I และ YOU เป็นไหนๆ

ความไม่ครอบคลุมเหล่านี้ก่อให้เกิดหน่อความคิดแตกยอดออกไปหลากหลาย

ไม่แน่ว่าวันหนึ่งท่านผู้รู้ทางภาษาอาจกำหนดสรรพนามใหม่ๆ ให้เราๆ ท่านๆ ได้ช้อปเอามาใช้สอย

(หรือใครจะสละเวลาคิดเล่นไว้ใช้เองก็น่าสนใจ)

มือใหม่ของ msn space อย่างข้าพเจ้ายังคิดอะไรไม่ออกในตอนนี้

แต่เรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านี้ก็ถือได้ว่ามีคุณกับผมเป็นอย่างยิ่ง

เพราะได้สร้างความบันเทิงเริงใจและขมวดให้ปมความสงสัยแน่นขึ้นกว่าเก่า

(จนกระผมเริ่มสงสัยต่อว่าชนชาติอื่นๆ เขาใช้สรรพนามกันอย่างไร?)

และทำให้ msn space ครั้งที่สองนี้สำเร็จได้ในที่สุด

นับจากนี้ ผมคงจะใช้สรรพนามเปลี่ยนไปตามกำลังของใจและอารมณ์

(เหมือนกับที่บางวันเราก็พูดเพราะ แต่บางวันก็ไม่)

เพื่อให้ตัวอักษรตรงกับความรู้สึกขณะเขียนมากที่สุด

 

เอาล่ะ เราขอ 'ตัว' ไปตัด ผม’ ก่อนนะ (ล้อเล่น)

 

 

 

*คำว่า วัฒนธรรมในที่นี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงวัฒนธรรมแต่อย่างใด

 

 

อู้กำเมืองหลายวันหลายกำ

 

เปิ้น     ใช้แทน บุรุษที่หนึ่ง (เค้า)

ตั๋ว      ใช้แทน บุรุษที่สอง (ตัวเอง)

ฮา      ใช้แทน บุรุษที่หนึ่ง (กู)

คิง      ใช้แทน บุรุษที่สอง (มึง)

อ้าย    ใช้แทน พี่ผู้ชาย

ปี้        ใช้แทน พี่ผู้หญิง

 

ตัวอย่างการใช้

          หลังจากเรียนรู้สรรพนามทางเหนือตุนไว้ในกระเป๋าบ้างแล้ว

          คุณดุน ก็หัดเดินท่อง เปิ้นฮักตั๋ว เปิ้นฮักตั๋วไปตลอดทาง

          เย็นวันหนึ่ง ระหว่างออกไปเดินเล่น เปิ้นฮักตั๋วๆ แถวๆ กาด (=ตลาด)

          เจอผู้สาวท่านหนึ่งรีบร้อนเดินจนทำของตก

          คุณดุนผู้หวังดีจึงก้มลงเก็บ แล้วถือของเดินตามพลางร้องตะโกนเรียก

          ปี้สาว ปี้สาว ปี้สาวอย่ารีบครับ

          (จบ)

Commenti (29)

Attendere...
Il commento immesso è troppo lungo. Immetti un commento più breve.
Immissione non effettuata. Riprova.
Impossibile aggiungere il commento al momento. Riprova più tardi.
Per aggiungere un commento è necessaria l'autorizzazione di un genitore. Chiedi autorizzazione
I tuoi genitori hanno disattivato i commenti.
Impossibile eliminare il commento al momento. Riprova più tardi.
Hai raggiunto il numero massimo di commenti pubblicabili giornalmente. Riprova tra 24 ore.
Impossibile lasciare commenti. La funzionalità è stata disattivata perché i sistemi hanno rilevato una possibile attività di spamming dal tuo account. Se ritieni che il tuo account è stato disattivato per errore, contatta il supporto tecnico di Windows Live.
Esegui il seguente controllo di protezione per completare la pubblicazione del commento.
I caratteri digitati nel controllo di protezione devono corrispondere ai caratteri dell'immagine o della riproduzione audio.

Per aggiungere un commento, accedi con il tuo Windows Live ID (se utilizzi Hotmail, Messenger o Xbox LIVE possiedi già un Windows Live ID). Accedi


Non hai ancora un Windows Live ID? Registrati

Immagine di Anonimo
wednesday child ha scritto:
อืม...ตอนเด็กๆ ตอนอยู่สงขลา เราเคยใช้สรรพนามแทนตัวเราเองว่า 'เพื่อน' เวลาคุยกับเพื่อน (friends) และพี่สาว น้องสาว
ไม่รู้ว่าคนเริ่มใช้ เขาคิดอะไรอยู่...ตอนเด็กๆ ไม่เคยสงสัย
รู้แต่ว่าเวลาพูดแทนตัวเองว่า 'เพื่อน' กับพูดคำว่า 'เพื่อน' (friends) ก็ไม่มีใครงงนะ
ไม่รู้เด็กสมัยนี้เขายังพูดกันอยู่หรือเปล่า?
แปลกดี ไม่ได้ยินคำนี้มาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าถ้ามาพูดตอนนี้จะงงหรือเปล่าว่าพูดคำว่า 'เพื่อน' ไหนอยู่?
 
ปล คอมเม้นท์พี่วิวตลกดีว่ะ อิอิ
19 Lug.
this is yingha scritto:
คืนนี้แถวบ้านฝนตก อากาศดีเชียวละ
17 Lug.
Immagine di Anonimo
oum ha scritto:
เพิ่งนึกออก ป่าวหรอก เพิ่งสังเกตุตัวเองว่า
จะเรียกเพื่อน(รุ่นพี่)ผู้หญิงที่สนิทว่า เจ๊ แล้วจะแทนตัวเองว่า เค้า (กับพี่และเพื่อนบางคนด้วย)
เพราะใช้ เค้า แล้วมันเหมือนตัวเอง young เด็กดี

: )

14 Lug.
OiL iOiLha scritto:
1. ข้า หมายถึง บุรุษที่หนึ่ง (หรือสตรีที่หนึ่ง) ตัวเรา ซึ่งก็เท่ากับ กู ฉัน ผม เรา เปิ้น ฮา
เช่น   ข้าเพิ่งเข้ามาอ่านสเปซเจ้าวันนี้เอง
 
2. เจ้า หมายถึง บุครุษที่สอง (สตรีที่สอง) ซึ่งเท่ากับ มึง แก เธอ ท่าน  ตั๋ว คิง ตัวเอง
เช่น   เจ้าคิดจะลงจากดอยเมื่อไหร่กัน
 
3. ถ้าเอา ข้า+เจ้า เป็น ข้าเจ้า มันกลับมีความหมายเหมือน ข้อ 1
เช่น   ข้าเจ้าเป็นสาวเจียงใหม่
 
แต่สรรพนามที่เหมาะสมกับเจ้า เห็นจะเป็น "พี่เฒ่า"
ต้องมี "เฒ่า" ตามหลังคำว่าพี่เสมอล่ะ อย่าลืม
 
ฮาคือ ไอ้ออย จำได้ก่
 
 
                   
13 Lug.
YuNgYiNgha scritto:
เห็นนะว่ามาดูเสปซเรา
แต่ไม่เม้นให้อ่ะ...ฮึ
13 Lug.
~i-am-ammi​e~ha scritto:
มีมายสเปซกะเค้าด้วยก็ไม่บอก
"หนู"จาได้เข้ามาอ่านบ่อยๆ
ที่ใช้หนูก็เพราะ --ห่าง --กันซะขนาดนี้นี่คะ 55
 
เน๊าะ  "น้าโจ้" ...  ^_^
 
 
6 Lug.
ladypeeriha scritto:
อืม..ที่เขียนร่ายยาวมาทั้งหมดนี้น่าสนใจดีค่ะ
สรรพนามแทนตัวเนี่ยมันก็สำคัญเนอะสำหรับคนที่เป็นคนฟังเราพูด
บางครั้งที่รู้สึกว่าอยากจะใช้คำแทนตัวที่มันดูน่ารักๆแต่ก็กระดากปาก จึงสรรหาคำที่ไม่ค่อยรื่นหูเลยมาบังความน่ารักซะอย่างงั้น
ซึ่งไงอ่ะ...ก็ขอน่ารักแบบประทับใจไม่ดีกว่าหรือ?เพราะคิดว่า
การใช้สรรพนามแทนตัวเนี่ยมันบอกคนอื่นในแว๊บแรกได้นะว่าเราเป็นคนยังไง
...................................................
ดีใจที่ได้เข้ามาอ่าน ก็เพราะว่าเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก
แต่ก่อนไม่เห็นมี
ที่จริงก็เคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์พี่โจ้มาช่วงวัยนึง
เหมือนกับคุณแต้ว
 
ขอให้มีความสุขกับการเขียนมายสเปซค่ะ
 
4 Lug.
YuNgYiNgha scritto:
แหม๊  มีแต๊ซาวซ่าวมาเมนให่เยอะเล้ย... (พยายามจะให้มันเป็นภาษาประเทศสุพรรณ แต่ยากว่ะ)
 
ภาษาไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร  หากเป็นสิ่งที่สื่อถึงวัฒนธรรม  รูปแบบสังคม และความคิดของผู้ใช้ด้วย  ภาษาญี่ปุ่นก็มีสรรพนามรวมทั้งภาษาสุภาพหลากหลายเหมือนกัน  แต่ถูกกำหนดตามฐานะทางสังคมค่อนข้างชัดเจน  แต่ว่าภาษาไทยเราสามารถเลือกใช้ "คำ" ได้กว้างกว่านั้น  รวมทั้งอาจบ่งชี้ถึงสถานะทางจิตใจได้ด้วย
 
เมื่อก่อนเราใช้ "หนู" ตลอดเลยล่ะ  ถ้าพูดกับคนที่อายุมากกว่า  จนเดี๋ยวนี้ก็ยังใช้อยู่  แต่ไม่ใช่กับทุกคนแล้ว  กับรุ่นพี่ที่เป็นมนุษย์ประเภทเดียวกันใช้ "เรา" แถมไม่เรียกพี่อีกตั้งหาก   ตอนเด็กๆ จะไม่ยอมใช้ "ชั้น" "เธอ" หรือแทนตัวด้วยชื่อตัวเองเลย  เพราะเราคิดว่ามันกระแดะ  ใช้แต่เรา แก ผสมกับ กู มึง ข้า เอ็ง อั๊ว ลื้อ มั่วไปหมด   แต่พอเดี๋ยวนี้เวลาคุยกะเพื่อนที่ไม่ใช่ชายแท้ก็ใช้ "ชั้น" และเรียกจิกหัวรุ่นน้องว่า "เธอ"  แถมบางทีเวลาอยากทำตัวน่ารักก็แทนตัวเองว่า "น้องหญิง" ซะงั้น ... เห็นไหม เวลาทำให้คนเราแดะขึ้นได้เยอะ  เวลาดูละครแล้วไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยเวลาคุยกะฝรั่งเป็นภาษาไทยดันแทนตัวว่าไอกะยูซะงั้น   พอเป็นเราคบกะเพื่อนคนญี่ปุ่นที่มันเป็นเด็กกลับมาจากนอกด้วยภาษาญี่ปุ่นก็แทนตัวกันว่า "ไอ กะ ยู" เหมือนกัน  ไม่งั้นมันวางตัวไม่ถูก (เวลาคุยภาษาอังกฤษกะภาษาญี่ปุ่นนี่คนละอารมณ์อ่ะ)
 
ภาษานี่มันสื่อมากกว่าสารที่ต้องการจะพูดอย่างเดียวจริงๆ
 
น่ารักดีนะ เพิ่งรู้ว่าพี่โจ้แทนตัวเองกะพ่อแม่ว่า "ลูก"
 
ปล. ไปสเปซเรามั่งนะ  เอารูปที่ถ่ายมาลงไว้เยอะเลย
1 Lug.
เฮาดีใจ๋ตี้อ้ายสนใจ๋กำเมืองเฮา
....
ภาษาบอกอะไรกับเรามากมาย โดยเฉพาะภาษาไทย อังกฤษมีแต่ ยู  กะ ไอ
ภาษาบอกรากเหง้าถิ่นเกิดเรา แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบพูดภาษาบ้านเกิดตัวเอง มีแต่คนอู้ไทยภาคกลาง
ภาษาบอกอารมณ์เราตอนนั้น เช่น ตอนแรกเรียกพี่ คุยไปคุยมาเรียกมึง แล้วก็มีคำอื่นอีกเป็นชุด
ภาษาบอกอายุ ความอาวุโส แต่บางครั้งก็แสดงความเคารพและเกรงใจ เราเรียกคนขายลูกชิ้นพี่ตลอด
เราเรียกเพื่อนสองคนต่างกันคนหนึ่งเรียกแก อีกคนเรียกเธอ ตามแต่ความสนิท ชิดชอบ
แล้วบางครั้งเราก็พูดสำเนียงต่งกันไม่รู้ทำไม กับนัทอู้กำเมือง กับนัชพูดไทย ทั้งๆที่มันก็ฟังเข้าใจดี
นั้นอาจเป็นเพราะว่าเรานั่นเองที่จัดระเบียบภาษา สรรพนามเอาไว้แล้วในใต้สำนึก
...
หละป๋ะกั๋นใหม่เน้ออ้าย
1 Lug.
เฮาดีใจ๋ตี้อ้ายสนใจ๋กำเมืองเฮา
...
ภาษาบอกอะไรเราได้หลายอย่าง โดยเฉพาะภาษาไทย อังกฤษมีแต่ you กะ i
มันบอกตั้งแต่ความเป็นรากเหง้าของเรา (หากคนส่วนใหญ่ภูมิใจในรากของตนเอง)
ภาษาบอกอารมณ์เราตอนนั้น ตามลำดับความอาวุโส เช่น ตอนแรกๆอาจเรียกพี่ นานๆไปคุยไป เกาเหลากัน เริ่มเรียกมึง แล้วคำอื่นก็มาอีกเป็นชุด
ภาษาบอกความสนิท ชิดชอบของคนเรา เราเรียกเพื่อนสองคนต่างกัน คนหนึ่งเรียกแก อีกคนเรียกเธอ
บางครั้งเราพูดคำเมืองกับเพื่อนอีกคน แต่อีกคนกลับพูดแต่ภาษากลาง ทั้งที่มันก็เข้าใจเราพูดเมือง
ภาษาช่วยให้เราคิดเลยเถิดมากกว่าที่คนพูดตั้งใจ หมายถึงมันบอกถึงความสัมพันธ์ของคนเราด้วย
แต่เราคิดว่ายังมีอีกสิ่งที่มีอิทธิพลต่อภาษา สรรพนามเรา คือ สภาวะแวดล้อม สุนทรียะ ศิลปะ อะไรที่เราชอบมีผลต่อคำพูดสรรพนามออกมา
...
หละปะกั๋นใหม่เน้ออ้าย
1 Lug.
BeastTleha scritto:
ไอ้หมี ชั้นว่า อุ้ยโจ้ >> มันไม่เชิงดีใจที่เจอนะ มันเหมือนตกใจที่เจอน่ะ
แบบว่า อุ้ย! โจ้ (มาล่ะเธอ)
 
ไม่เชื่อลองพูดดู ..อุ้ยโจ้ อุ้ยโจ้ (ผู้ถูกเรียกอาจรู้สึกว่า กูผิดตรงไหนที่มาเจอมึง)
 
ว่าแต่ พลั่นพรื๊อ คอมเม่น ถึ๊งด๋ายมีแต๊ พู ยิ่ง เม็ดเลยหล่าว
แปล : ทำไม คอมเมนต์ ถึงมีแต่ผู้หญิงหมดฮึ
(เห็นโชว์เหนือกันเยอะ อยากโชว์ใต้บ้าง)
 
 
บ่างเองจ้ะ (สรรพนามเป็นชื่อตนเองนะ)
30 Giu.
Pim Abhakaraha scritto:
อ่านแล้วนึกถึงตอนเด็กประหลาดกว่า
ตอนเด็กๆสมัยประถม(สาธิต) มีช่วงชีวิตนึงที่ทุกคนจะใช้เรียกแทนตัวเองว่า "เรา"
แล้วเรียกเพื่อนๆ ว่า "คุณ" หรือไม่ก็..หนำซ้ำยังเรียกชื่อเพื่อนด้วยชื่อจริง อีกต่างหาก
(มานึกดูตอนนี้เวลานึกถึง-พูดถึงเพื่อนประถมกัน ยังต้องชื่อเล่นแล้วตามด้วยชื่อจริงเลย
ถึงจะเก็ตว่าพูดถึงใครกันได้แน่ชัด ตลกดี บ้าจริง..)

เด็กตัวเล็กใช้ศัพท์ดูผู้ใหญ่แก่จัง - -'
อาจจะเป็นเพราะผู้ใหญ่สอนมาแล้วเพิ่งเริ่มรู้จักกันมั้ง
 
ฮ้า...
 
เริ่มด้วยสรรพนาม
แต่จบท้าย คิดถึงโรงเรียนจัง school sick มาพักใหญ่แล้ว แง๊วว..
 
---------------------------
 
 
เทคแคร์ดูแลนะพี่โจ้ / สวัสดี
29 Giu.
Immagine di Anonimo
kaemkaem ha scritto:
ปีหน้าก็แทนตัวเองว่าปู่ได้สบายๆ แล้วอ่ะ
29 Giu.
botanha scritto:
ของอย่างงี้มันขึ้นอยู่กะคู่สนทนาด้วยรึป่าวนะพี่โจ้
 
จำได้ว่าตอนแรกๆที่รู้จักกัน เราใช้ว่า หนู
จำได้ว่าต่อมาซักพัก เราใช้คำว่า เรา
จำได้ว่าหลังจากไปเสม็ด เราใช้คำว่า ตั๋น
(แอบจำได้ว่าพ่อแม่ไม่ได้ตั้งชื่อให้ว่า "ตั๋น" )
 
สร้างสรรค์ใช้ได้มั้ย? นี่กลั่นมาจากกล้ามเนื้อไบเซ็บด้านซ้ายเลยนะ (คือตรงไหนฟะ?)
 
หมายเหตุ* ถ้าพี่โจ้เบื่อสรรพนามเรียกตัวเองว่า "ผม"
ตั๋นขอเสนอว่า คราวหน้าถ้าจะเขียนคอลัมน์ ให้เรียกแทนตัวเองว่า "ขน" ก็ได้นะ
^^
 
 
 
29 Giu.
Bua Smithha scritto:
ตัวอย่างแห่งความสับสน
 
บัว (อายุ2xปี)                       : เฮ้! คุณลุง สวัสดีคิดถึงจัง
 
คุณวชิรา (อายุ3xปี)              : อ่าว...พี่บัวสวัสดี แหม...มารยาทดีขึ้นมาเชียวนะมึง
 
...
 
เอิบ...
28 Giu.
Patcharapa​n Meoha scritto:
 
 
“ปี้สาว ปี้สาว ปี้สาวอย่ารีบครับ”
 
 
 
 
(_ _")
 
 
 
 
 
...ummmm...
28 Giu.
Immagine di Anonimo
วรรณแวว ha scritto:
เวลาแทนตัวเองว่า วรรณ มันเขินๆ กระดากใจ...
ก็เลยมีสองเกณฑ์ง่ายๆ ว่า เรา แทนกับคนอายุเท่ากัน พี่แทนกับคนอายุน้อยกว่า เรา แทนกับเพื่อน...แล้วก็เกิดปัญหาว่าคนที่อายุมากกว่าไม่กีปี แทนว่า หนู มันดูห่างชั้นไปหน่อย...จนทุกวันนี้ก็แก้ปัญหาไม่ได้
 
แต่สำหรับพี่โจ้ไม่มีปัญหาค่ะ ห่างชั้นกันออกปานนี้ หนู ไม่กล้าแทนตัวด้วยคำอื่นหรอก :P
28 Giu.
อ่อ พี่เฒ่า
ข้าลืมบอก
 
อุ้ย หรือ อุ๊ย
เป็นคำเมืองที่เขาไว้ใช้เรียก ผู้หญิงแก่ๆ น่ะ
เปิ้นไว้ใจ้ฮ้อง แม่เฒ่า น่ะ เข้าไจ๋ก่อ?
 
 
 
อุ๊ยโจ้!
 
28 Giu.
นี่ พี่เฒ่า
คิดไม่เห็นยากเลย
นับจากอายุอานามและจำนวนหมากที่ท่านเคี้ยวต่อวันแล้ว (หมากอ่อนๆ ซะด้วย)
ข้าคิดว่า ท่านสามารถแทนตัวเองได้ว่า 'อุ้ย' ได้อย่างแนบเนียนและเหมาะสมเป็นที่สุด
 
อุ้ยโจ้
อุ้ยโจ้
ช่างดูน่าอ่อนโยนเสียนี่กระไร
แถมเวลาเรียกยังจะมีน้ำเสียงเหมือนดีใจที่ได้เจอทุกครั้งด้วย
 
ไม่เชื่อลองดูดิ
 
 
28 Giu.
jEnnaEW taEWha scritto:
เรียน คุณโจ้ที่นับถือ
นี่เป็นครั้งแรก ที่ดิฉันได้เข้ามาอ่านในสเปซของคุณโจ้
ดิฉันชื่อ แต้ว เราเคยมักคุ้นกันมาระยะหนึ่งแล้ว
หวังว่าคุณโจ้คงสบายดี ดิฉันสบายดีเช่นกัน
ด้วยความเคารพยิ่ง
คุณแต้ว
 
 
 
28 Giu.

Riferimenti

L'URL di riferimento per questo intervento è:
http://iamvajira.spaces.live.com/blog/cns!D825F6465FBC88BA!126.trak
Blog che fanno riferimento a questo intervento
  • Nessuno